เลี้ยงลูกให้โตมาไร้คุณค่า

คนที่เห็นคุณค่าของตนเองจึงจะเป็นคนที่มีความสุขอย่างแท้จริง แต่คนในสังคมยุคปัจจุบันกลับเป็นคนที่ฝรั่งเรียกว่า low self-esteem คือมองไม่เห็นคุณค่าที่แท้จริงของตัวเอง เห็นว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่น ไม่ภาคภูมิใจในสิ่งที่ตนเองเป็น ตนเองมี อยากเด่นอยากดังด้วยการสร้างเปลือกหุ้มปลอมๆ จนบางคนอาจถึงขั้นกลายเป็นโรคบุคลิกภาพแปรปรวน เช่น หลงตัวเอง โกหกตัวเองและผู้อื่น ต่อต้านสังคม ฯลฯ

พ่อแม่ผู้ปกครองต่างพยายามที่จะเลี้ยงดูลูกหลานอย่างดีที่สุด เพื่อที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นคนเก่ง ดี และมีความสุข แต่บางครั้งพ่อแม่ผู้ปกครองอาจเผลอทำสิ่งที่ผิดพลาดที่จะส่งผลกระทบต่อการเห็นคุณค่าในตนเองของเด็ก โดยไม่ทันได้ตระหนัก หรือแค่มองข้าม คิดว่าไม่เป็นอะไร ลองดูพฤติกรรมของพ่อแม่ที่จะสร้างให้ลูกเติบโตมาพร้อมความรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ต่ำต้อยด้อยค่ากว่าคนอื่น

• การกระแทกพลังลบใส่ลูก เวลาที่พ่อแม่รู้สึกอึดอัดตึงเครียดจากปัญหาต่างๆ และไม่ทันรู้ตัว ก็อาจจะกระแทกความอึดอัดใส่ลูกโดยการตะโกน ดุด่า เฆี่ยนตี เพียงเพราะต้องการจะหยุดพฤติกรรมของลูกที่พ่อแม่ไม่พึงประสงค์ ลองถามตัวเองดูว่าการดุด่าเฆี่ยนตี ลูกแล้ว ลูกได้เรียนรู้อะไรจากเราหรือ จริงๆ แล้วลูกไม่ได้เรียนรู้ถึงเหตุผลที่ทำให้เขามีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์และไม่รู้ว่าจะควบคุมไม่ให้เกิดพฤติกรรมอย่างนั้นอย่างไร แต่ลูกกลับได้เรียนรู้ว่าคนที่มีอำนาจเหนือเขามีสิทธิทำร้ายเขาและเขาไม่มีสิทธิต่อสู้ เด็กที่ถูกดุเฆี่ยนตี ตีอยู่บ่อยๆ มักจะเติบโตเป็นคนเก็บกด ยอมคน ไม่มีปากมีเสียง แต่หากทนไม่ไหวก็จะระเบิดออกมาอย่างรุนแรง บางคนไม่เก็บกดเอาไว้ ก็จะกระแทกพลังลบใส่ผู้อื่นตลอดเวลา

• พูดแต่เรื่องในอดีต พ่อแม่บางคนชอบนำเรื่องราวความผิดพลาดของลูกในอดีตมาพูดอีกบ่อยๆ หวังว่าจะเป็นสิ่งเตือนใจไม่ให้ลูกทำผิดพลาดอีก เช่น คำพูดประเภท “เดี๋ยวก็ผิดเหมือนคราวที่แล้วอีก….” แต่ในขณะเดียวกัน พ่อแม่กำลังสอนให้ลูกยึดติดกับอดีตอยู่ตลอดเวลา จนลืมที่จะมองปัจจุบันและก้าวต่อไป คนที่ถูกขุดคุ้ยอดีตอยู่ตลอดเวลา จะไม่เคยมีอนาคตที่ดี เพราะเขานำความผิดพลาดในอดีตติดตัวเขาไปตลอดเวลา

• การพูดหรือแสดงออกให้ลูกรู้สึกผิดบ่อยๆ คำพูดประเภท “ลูกไม่น่า….. เลย” “เห็นมั้ย บอกแล้วไม่เชื่อ…” หรือคำพูดที่จะเหยียบย่ำลูกให้จมดิน เช่น “แม่อายคนเขา ที่มีลูกอย่างนี้….” “ชั้นไม่น่ามีลูกอย่างนี้เลย…” คำพูดเช่นนี้ ไม่ว่าจะตั้งใจพูดหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ไม่ได้ทำให้ลูกเจ็บเพียงครั้งเดียว แต่มันจะถูกฝังรากลงลึกและเติบโตอยู่ในใจของเขาไปทั้งชีวิต ทำให้เขารู้สึกว่าเขาต่ำต้อยด้อยค่า เพราะแม้แต่พ่อแม่ของเขายังไม่เห็นคุณค่าในตัวเขาเลย

• การพูดเสียดสีประชดประชัน เมื่อลูกกระทำผิดพลาด เช่น “แหม..ทำไมฉลาดอย่างนี้…” จิตใต้สำนึกของลูกจะรับทราบว่าพ่อแม่กำลังว่าตนเองว่าโง่ ฝังลึกจนทำให้ลูกมองไม่เห็นความสามารถของตนเองไปจนตลอดชีวิต

ไม่มีใครทำให้คนเราเจ็บปวดได้มากเท่าคนที่เรารักมากที่สุดในชีวิต นั่นก็คือพ่อแม่ผู้ปกครองผู้เลี้ยงดูเด็กขึ้นมา เคยมีวัยรุ่นคนหนึ่งที่เป็นทุกข์จากพ่อแม่มากจนเขาเปรยขึ้นมาว่า ทำไมเขาจะต้องกตัญญูกับพ่อแม่ที่ทำร้ายเขา อีกคนถูกพ่อครอบงำกำหนดทางเดินชีวิตจนเขาคิดว่าเขาไม่มีทางเลือก เขาต้องเดินไปตามทางที่พ่อกำหนดเท่านั้น เพราะเขาไม่อยากเสี่ยงกับการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่กับสิ่งที่เขาอยากทำจริงๆ เด็กจะเติบโตมาอย่างไร อยู่ที่ผู้ใหญ่เป็นคนปลูกฝังนะคะ

ใครมีปัญหา ลูกเรียนไม่เก่ง ไม่รู้จะทำอะไรในอนาคต ญาติพี่น้องติดกลุ่มลัทธิ ปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ การทำงาน ติดโซเชียล ติดเกมส์ panic และ phobia มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center ต้องการนัดคิว โทร. 0814581165 หรือ เข้าไปฝากคำถามและแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer และ YouTube channels: Kate Inspirer

แหล่งที่มา : https://www.thairath.co.th/lifestyle/woman/momandkid/1699170