ชีวิตคิดบวก สู้โควิด

Loading

 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบหลายด้าน ทั้งด้านจิตใจ สังคม เศรษฐกิจ เรื่องงาน รวมไปถึงเรื่องปากท้องและเงินทอง แต่อยากให้ทุกคนลองมองว่า ในทุกเหตุการณ์ที่เรามองว่าเป็นวิกฤติ “ย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ” เรามาลองเปลี่ยนมุมมองกับสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้กันดีกว่า เพราะอาจจะทำให้เรามีพลังใจสู้กับวิกฤตการณ์ครั้งนี้ และเป็นจุดเปลี่ยนเพื่อให้เราได้ปรับทัศนคติในมุมใหม่ เข้าใจโลกปัจจุบันมากขึ้น รวมถึงเพื่อเตรียมตัวตั้งรับเมื่อสถานการณ์เช่นนี้กลับมาใหม่อีกครั้ง

พัฒนาแนวทางการทำงานที่ดีกว่า มีเวลาพัฒนาศักยภาพตัวเอง
จากสภาวการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เราอาจใช้เวลาทบทวนแนวทางการทำงานของตัวเอง ด้วยการเพิ่มศักยภาพในการใช้เทคโนโลยี ยุค 5G ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การนำนวัตกรรมต่างๆ อาทิ แอปพลิเคชัน แพลตฟอร์มต่างๆ เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มากขึ้น รวมถึงการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ด้วยการใฝ่หาความรู้เพิ่มเติม เช่น การลงเรียนออนไลน์ตามความสนใจและความชอบของตัวเอง เพิ่มประสบการณ์ให้มากขึ้น และสามารถเพิ่มเป็นช่องทางการหารายได้เสริมได้

ปรับวิถีชีวิตใหม่/มีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น

            ในสถานการณ์เช่นนี้ ทำให้เรามีโอกาสใส่ใจ ดูแลตัวเองมากขึ้น ทั้งทางด้านสุขภาพกาย และจิตใจ  ใช้เวลาออกกำลังกาย หรือหางานอดิเรกต่าง ๆ ทำ เช่น การอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง เป็นต้น เพื่อรักษาสุขภาพร่างกาย ให้แข็งแรงอยู่เสมอ รวมถึงสังเกตตัวเองว่ามีอาการป่วยหรือไม่ หากมีควรรีบพบแพทย์โดยด่วนเพื่อลดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด- 19 รวมถึงภาวะเครียด ซึมเศร้าที่อาจจะแฝงมาโดยที่  เราไม่รู้ตัว

รู้จักการวางแผนทางการเงิน
            เราทุกคนปฏิเสธไม่ได้ว่าเงินส่งผลต่อการใช้ชีวิตของเรา ยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด- 19 ทำให้หลายคนขาดสภาพคล่องทางการเงิน เนื่องจากเกิดข้อจำกัดในเรื่องของรายได้ ฉะนั้นเราควร มีการวางแผนในการใช้จ่ายเงิน ควรวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายแต่ละประเภทให้ชัดเจน อาทิ
                        • ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ เป็นต้น
                        • ค่าใช้จ่ายยามฉุกเฉิน เช่น ค่ายา ค่าซ่อมบำรุงต่างๆ เป็นต้น

            ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและฟุ่มเฟือยออก รวมถึงชะลอการสร้างหนี้ใหม่เพื่อลดภาระการใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้น และหากเราเริ่มเก็บออมเงินวันละเล็กน้อยเพื่ออนาคต และเตรียมตัวสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเทคนิคการออมแต่ละคนก็ขึ้นกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไป เช่น การหยอดกระปุก ฝากประจำธนาคาร ซื้อพันธบัตรรัฐบาล ซื้อประกันแบบสะสมทรัพย์ การซื้อสินทรัพย์เพื่อเก็งกำไร การนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวม เช่น RMF SSF รวมถึงการออมเงินกับกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ซึ่งเหมาะกับคนที่มีอาชีพอิสระ ไม่มีรายได้ประจำ เพื่อแก่ตัวไปจะได้มีเงินออมใช้ในวัยเกษียณ

 กระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น

            จากวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ทำให้เราเกิดความตระหนักถึงการป้องกันตัวเองและคนที่เรารักให้ห่างไกลจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกทั้งช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกครอบครัวดีขึ้น เพราะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันที่บ้าน รวมถึงได้แสดงออกถึงความรัก ห่วงใย ใส่ใจกันมากขึ้น

…ลองเปลี่ยนมุมมองเชิงบวกกันเถอะค่ะ…

ขอขอบคุณ:https://www.nsf.or.th